วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

กำจัดทุกข์เข็ญของบ้านเมือง ด้วย “พุทธมนต์”


            เมื่อบ้านเมืองเกิดทุกข์เข็ญ  โบราณกาลแก้ไขทุกข์ประเทศอย่างไร

ในสมัยพุทธกาล ...
            กรุงเวสาลี เกิด ทุกข์เข็ญด้วย...
ทุพภิกขภัย : เกิดภัยแล้ง ไร่นาเสียหาย ผู้คนอดอยาก
อมนุสสภัย : ภัยจากอมนุษย์ เช่น ภูตผี ปีศาจ ... ฯลฯ
และ โรคระบาด  ผู้คนล้มตายเป็นอันมาก

            ครั้งนั้นผู้ปกครองเมืองเวสาลี คือ เหล่ากษัตริย์ลิจฉวี  ได้ปรึกษาหารือ 
และได้ลงความเห็นว่า ควรไปกราบทูลนิมนต์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 
ให้พระองค์เสด็จมากรุงเวสาลี เพื่ออาศัยมหากรุณาและอานุภาพแห่งพุทธานุภาพ 
กำจัดภัยทั้งหลายให้ระงับไป



            เมื่อกราบทูลนิมนต์แล้ว  พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เสด็จมาทางแม่น้ำคงคา 
เมื่อถึงเขตแดนของกรุงเวสาลี  กษัตริย์ลิจฉวี  ก็เสด็จออกไปรับพระพุทธองค์ที่แม่น้ำคงคา  
ในบัดนั้นฝนโบกขรพรรษได้ตกลงมา ซากศพทั้งหลายถูกพัดพาออกไปทางแม่น้ำคงคา  
บ้านเมืองได้รับการชำระล้าง  ผืนดินสะอาดสะอ้าน

            เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จถึงประตูเมือง  
ทรงให้พระอานนท์ เรียนรัตนสูตร แล้วโปรดให้ทำน้ำพุทธมนต์  
ไปประพรมทั่วพระนคร เพื่อกำจัดอุปัทวะทั้งหลายให้หมดสิ้นไป
เมืองเวสาลี ก็กลับสู่สภาวะปกติสุข อีกครั้ง


           
            ปัจจุบัน  แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว  
แต่พุทธานุภาพของพระพุทธองค์  ยังคงมีมหาอานิสงส์ 
ดังเช่นที่พระองค์ทรงพระชนม์ชีพอยู่
ในยามที่บ้านเมืองเกิดทุกข์เข็ญ  เช่นสภาวะที่กำลังเผชิญอยู่นี้

            แทนที่  จะสูญเสียเวลาไปกับการพร่ำบ่น ว่าร้าย สร้างวาทกรรมอกุศล ต่างๆ นานา
ซึ่งรั้งแต่จะ เป็นบ่อนฉุดดึงจิตใจผู้คนในบ้านเมืองให้ตกต่ำย้ำแย่ลงไปเรื่อยๆ
ไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย  ล้วนแต่เกิดความเสียหายกับทุกฝ่าย

            สู้เอาเวลา กำลังกาย กำลังใจ มาร่วมแรงร่วมใจกันอาราธนาพุทธานุภาพ
ด้วยผ่านการเจริญพุทธมนต์  คือ สวดมนต์  ที่พระพุทธองค์ทรงประทานให้ไว้
เพื่ออาศัยพุทธานุภาพอันกอรปด้วย มหาบริสุทธิคุณ มหาปัญญาธิคุณ มหากรุณาธิคุณ
มาช่วยกำจัดอุปัทวะทุกข์ภัยความยากลำบากทั้งหลายในบ้านเมือง  ให้ระงับสลายไป
            ดีกว่าไหม ?

            อนึ่ง  การสวดมนต์ นั้น ถือว่าเป็น  กุศลที่ทำได้ง่ายมาก 
เพราะ ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะ  จะสวดคนเดียว สวดหลายคน ก็ได้... 
จะสวดที่บ้าน หรือที่ทำงานก็ได้  เด็กๆ จะสวดที่โรงเรียน ก็ได้ ... 
ไม่ต้องมีอุปกรณ์หรือขั้นตอนอะไรซับซ้อน ... ฯลฯ

            ให้เป็นกิจกรรมของพลังงานบวก ที่เป็นแหล่งของกระแสดีๆ ในบ้าน ในชุมชน
ในสังคม  และขยายไปในบรรยากาศของบ้านเมืองทั่วประเทศ  ให้พลังบวกจากพุทธมนต์  
เปลี่ยนกระแสลบทั้งหลายที่มีอยู่ในชุมชน ในสังคม ในบ้านเมืองเรา ให้เป็นกระแสแห่งกุศล  ...  

อย่างนี้  จะสร้างสรรค์  และมีอานิสงส์เป็นที่พึ่งได้
เหมือนดังเช่นในสมัยพุทธกาล


สวดมนต์บทไหน ... พรุ่งนี้ มาว่ากันต่อครับ  



ชาวศิวิไลซ์
3  กรกฎาคม พ.ศ. 2560  
-------------------------------


 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ต้นกำเนิดการทำน้ำพระพุทธมนต์ 



           

         

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น