วันอังคารที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ถอนรากความจน แก้ทุกข์ ข้ามชาติ!


ใครอยากเลิกจน! ฟังทางนี้!
( ส่วนใครอยากจะจนต่อ, ก็ไม่ว่ากัน เอาที่สบายใจ,
แต่อยากให้คิดดีๆ ก่อนจะตัดสินใจ! นะครับ, เพราะชีวิตมันไม่ได้มีชาติเดียว! )

สำหรับคนที่จุกกับความจน, และอยากจะจบกับชีวิตเจ็บๆจนๆ!
มาศึกษากันครับว่า...
สมัยพุทธกาล คนมีปัญญา แก้ไขปัญหาความยากจน กันยังไง


กรณีศึกษา : มหาทุคตะ ในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า กัสสปะ





            สมัยนั้นมี มหาทุคตะ แปลว่า ชายผู้แสนยากจน หรือ  มหาจน!
วันหนึ่งมหาทุคตะผู้นี้ ได้รับการชักชวนจากบัณฑิตผู้หนึ่ง 
ให้ถวายทานแด่พระภิกษุสงฆ์สักรูปในสำนักของพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า 
เพื่อจะได้เป็นบุญกุศลเกื้อกูลให้มหาทุคตะพ้นจากความลำบากยากจน ในภายภาคหน้า
            มหาทุคตะ เมื่อทราบว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น 
และตนจะได้โอกาสถวายทานแด่พระสงฆ์แม้ 1  รูป  ก็สุดแสนยินดี  
จึงตั้งใจรับจ้างทำงาน แล้วนำเงินไปซื้อปลาตะเพียน มาทำข้าวคลุกปลาตะเพียน เพื่อถวายทาน
            เมื่อถึงวัน มหาทุคต ก็เดินทางไปรับพระภิกษุที่นิมนต์ไว้  
แต่ปรากฎว่า บัณฑิตที่มาชักชวนไม่ได้จดบันทึกเพราะเห็นว่านิมนต์ไว้รูปเดียว 
พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดเลยถูกคนอื่นนิมนต์ไปหมด  
แต่บัฒฑิตกล่าวว่า เหลือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านไปนิมนต์เองเถิด 
แต่ ณ ที่นั้น ท่ามกลาง พระราชา เศรษฐี ที่ต่างมารอนิมนต์พระพุทธเจ้า ...  
มหาทุคตะรู้สึกสิ้นหวังและเสียใจมาก
            กล่าวถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  พระองค์ทรงรู้ว่าจะสงเคราะห์ใคร เมื่อเสด็จออกมา  
พระพุทธองค์ทรงประทานบาตรให้แก่มหาทุคตะ ...
            ที่บ้านมหาทุคตะ ด้วยกำลังแห่งศรัทธาที่มหาทุคตะและครอบครัว 
มีจิตเลื่อมใสจะถวายทานอย่างยิ่ง ... ส่งผลถึง พระอินทร์ผู้ปกครองภพดาวดึงส์ 
ก็ต้องการมีส่วนในอานิสงส์มหาทานของ มหาทุคตะ ... 
พระอินทร์ ถึงกับแปลงกายลงมาช่วยภรรยามหาทุคตะปรุงข้าวคลุกปลากตะเพียน 
นั้นให้มีรสอร่อยระดับอาหารทิพย์ ...
            เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จมาถึง มหาทุคตะ ภรรยา และครอบครัว 
ก็ได้ถวายทานด้วยอาหารรสเลิศ  ด้วยใจที่ปลื้มปีติ
            พระพุทธองค์ เมื่อฉันเสร็จ ทรงแสดงธรรม อานิสงส์ของการถวายทาน 
ด้วยจิตที่เลื่อมใส ใน 3 กาล คือ ก่อนถวายทาน ขณะถวายทาน และหลังถวายทาน แล้วเสด็จกลับ
            มหาทุคตะ เมื่อส่งเสด็จพระพุทธองค์ถึงพระคันธกุฏีแล้ว  ก็กลับบ้าน ... 
ณ บัดนั้นเอง  รัตนชาติมหาศาลกองเป็นภูเขาท่วมบ้านของมหาทุคตะ 
ชนิดที่ว่า ภรรยาและลูกต้องออกมายืนดูอยู่ข้างนอก !
            ข่าวทราบถึงชาวเมือง และพระราชา,  พระราชาถามคนในเมืองว่า ...
มีใครที่มีทรัพย์มากกว่ามหาทุคตะคนนี้ไหม  เมื่อไม่มี,  
พระราชาก็ทรงแต่งมหาทุคตะให้เป็นมหาเศรษฐีประจำเมือง 
            แม้เมื่อได้สมบัติมหาศาล ได้เป็นมหาเศรษฐีแล้ว  
อดีตมหาทุคตะ ก็ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต  เขาตระหนักอย่างลึกซึ้งว่า  
ที่เขาชนะความยากจนมาได้ มีสมบัติใช้  ก็เพราะด้วยอำนาจของมหาทาน ที่เขาทำด้วยจิตที่เลื่อมใส ... 
ตั้งแต่นั้นมา  เขาก็หมั่นสั่งสมบุญ ด้วยการบำเพ็ญทานในบุญเขต และสงเคราะห์ผู้ที่ยากจน 
ตั้งใจรักษาศีล และเจริญภาวนา
            เขาตั้งใจประพฤติธรรมสม่ำเสมอ กระทั้งวาระสุดท้ายของชีวิต 

            ในชาติสุดท้าย ได้มาเกิดในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คือ
พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า  ในตระกูลมหาเศรษฐีที่อุปัฏฐากพระสารีบุตร  
ชื่อ “บัณฑิต”  ได้ออกบวชตั้งแต่เยาว์วัย และได้บรรลุธรรม เป็นพระอรหันต์ ตั้งแต่ยังเป็นสามเณร

( อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ปัณฑิตวรรคที่ ๖)

................

เห็นไหมครับว่า ... การให้ทาน ที่ถูกเนื้อนาบุญ  
เบื้องต้นนั้น คือ มีอานุภาพในการถอนรากขุดโคนความยากจน ชนิดสิ้นซากไม่เหลือเชื้อ!  
เบื้องกลางคือ เมื่อไม่ประมาท หมั่นประพฤติธรรม ชีวิตในท่ามกลางวัฏฏะ 
ก็เวียนว่ายอยู่แต่ใน สุคติภพ คือ เกิดใน มนุษย์โลก กับ เทวโลก ...
Program ทัวร์นรก ! ถูกรื้อออกจากผังชีวิตชนิด Uninstall Complete! … ตลอดไป !   
เป็นไงฮะ Set  Program ดีๆขึ้นได้ ... ชิวไป 3 โลก !
และเบื้องสูง คือ ในที่สุด ... หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง!  
เข้าสู่พระนิพพาน อันเป็นสุขอย่างยิ่ง นิรันดร !


คราวนี้, 
สำหรับคนที่ แบบว่า ... ก็เขาได้ถวายทานกับพระพุทธเจ้า !!!
ก็ไม่ยากครับท่าน ! …
ท่านก็แค่ลงทุน ตั้งเข็มทิศว่า ตายแล้ว เกิดอีกชาติใหม่
ต้องเกิดในยุค และ ในแผ่นดินเดียวกับ พระพุทธเจ้าให้ได้ !
ปักหมุดเกิดข้างวัดพระพุทธเจ้าพระองค์ใดในอนาคตไปเลย ! 
ก็แค่นั้นเองครับ !

แต่ถามว่าชาตินี้มาไม่ทัน ช้าไป 2500 กว่าปี! แล้วมันเลวร้าย เสียหายมากไหม, 
ไม่นะครับ! ยังทัน! และมีเวลาเหลือเฟือด้วย สำหรับคนที่ยังไม่ตาย!  
... พระพุทธเจ้า ท่านไม่อยู่ให้เราเห็น
แต่ พระพุทธศาสนา ของพระองค์ ยังอยู่  
พระธรรม คำสอนของพระองค์ยังอยู่
พระภิกษุสาวก ของพระองค์ยังอยู่ 
พระพุทธรูป สถูปเจดีย์ ศาสนาสถาน ...
ที่เมื่อเราแสดงความเคารพกราบไหว้ ถวายทาน ด้วยจิตเลื่อมใส 
แล้วเกิดอานิสงส์แก่เรา ยังมีอยู่


สิ่งสำคัญ,  ก็มาดูตัวเราครับว่า ...
เราได้ปล่อยให้โอกาสในชีวิตล่วงหายไป
ด้วยการเอาแต่จับผิด ครหา นินทา เข้าใจผิดพระ(หรือแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ) 
ดราม่า เห็นพวกสื่อมวลชนเขาว่า ก็เชื่อ ก็ว่าตามเขา ? ... 
อยู่ดีๆ ก็พลอยตกกระไดล้มละลายทางจิตวิญญาณ
ตกนรกหมกชีวิตอยู่กับทุกข์ทรมานไปอีกกี่กัปป์...ก็ไม่รู้ ฯลฯ
( เนี้ยะ เขาเรียก ซวยInnocent !) 

หรือ เราพิจารณาชีวิตตัวเองดีกว่าไหมครับว่า... 
เราพึ่งควรมีส่วนใน"พุทธภูมิ" ซึ่งเป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ...อย่างไรดี! 
.......
ช่วยรักษา ทำนุบำรุง สืบสานอายุ พระพุทธศาสนา ของพระพุทธองค์
อานิสงส์ก็จะเป็นของเรา ที่จะเกื้อกูลให้ชีวิตเราพ้นจากความจน ความเจ็บ ความทุกข์
ของชีวิตในวัฏฏะ  ดีไหม! ... 

เกิดมาชาติหนึ่งได้ทำบุญกับพระพุทธเจ้า  
#มันดีข้ามชาติ ไม่ใช่ #ดีต่อใจ แค่ชาติเดียว! 



ใคร Share! ขอให้เลิกเจ็บเลิกจน! ^^ 
ชาวศิวิไลซ์
18  กรกฎาคม พ.ศ.2560



        


6 ความคิดเห็น:

  1. เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา
    เรื่องพระพุทธศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง

    ตอบลบ
  2. ผู้ปฏิเสธการทำทาน โดยเฉพาะทำกับเนื้อนาบุญคือสงฆ์ ผู้นั้นชื่อว่าปฏิเสธความร่ำรวย ปฏิเสธสัมมาทิฏฐิในข้อที่ว่า อตฺถิ ทินฺนํ การให้มีผลจริง ผู้นั้นเกิดชาติใดก็จน ลำบากยากเข็ญ เป็นมิจฉาทิฏฐิ แลไปสู่อบายฉะนี้แลฯ

    ตอบลบ
  3. บุญคือทุกสิ่ง หมดบุญก็หมดลม

    ตอบลบ
  4. สาธุ อนุโมทนาบุญค่ะ

    ตอบลบ
  5. หลักวิชชาของพระพุทธศานา คือ ถ้าเราทำบุญ ทำทานบ่อยๆและทำเต็มที่ จะรื้อผังจน สร้างผังรวยไปทุกชาติเอย.

    ตอบลบ