แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แก้กรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แก้กรรม แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เหตุสำคัญประการแรกที่จะทำให้ชีวิตรุ่งโรจน์ หรือตกต่ำ !


พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ชาดกว่า

อสนฺเต นูปเสเวยฺย สนฺเต เสเวยฺย ปณฺฑิโต
อสนฺโต นิรยํ เนนฺติ สนฺโต ปาเปนฺติ สุคตึ

บัณฑิตไม่พึงคบกับอสัตบุรุษ พึงคบกับสัตบุรุษ อย่างเดียว
เพราะอสัตบุรุษย่อมนำไปสู่นรก สัตบุรุษย่อมพาไปสู่สุคติ”

------------------------

การเลือกคบคนเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตของเราเป็นประการแรก
คนที่เราคบหาสมาคม ให้การยอมรับ นับถือ
คือ ถือว่าเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นคู่ธุรกิจ เป็นผู้นำ เป็นผู้ปกครอง ... ฯลฯ
มีผลต่อชีวิตคนเราทั้งโดยตรง และโดยอ้อม !
เพราะ นิสัย ทัศนคติ ความคิดวินิจฉัย คำพูด การกระทำ
ของผู้ที่สมาคมใกล้ชิดกันย่อมมีผลต่อกัน
และส่งผลอย่างสำคัญต่อความรุ่งโรจน์ หรือ ตกต่ำ ของชีวิตได้!

ฉะนั้น,
หากเราปรารถนาความเจริญก้าวหน้า ความสุข ความสำเร็จในชีวิต
สิ่งที่ต้องจัดการอันดับแรก คือ เลิกคบคนพาล ให้ได้
และแน่นอน นิสัยพาลในตัวเราเองด้วย !


ในสมัยพุทธกาลมีอุทาหรณ์เรื่องหนึ่งว่า ...

สมัยหนึ่ง...
พระเทวทัต ต้องการเป็นใหญ่ในหมู่สงฆ์
จึงเข้าหา พระราชกุมารอชาตศัตรู ซึ่งปกติทรงมีอัธยาศัยงดงาม
แต่เพราะหลงเชื่อ พระเทวทัต
จึงถึงกับ ปลงพระชนม์พระราชบิดา คือ พระเจ้าพิมพิสาร
ในวันที่ พระราชบิดาสวรรคต นั้น
เป็นวันเดียวกันกับที่พระราชโอรส ของพระเจ้าอชาตศัตรูประสูติ
ความรักอันท่วมท้นพระหทัยที่พระองค์มีต่อพระราชโอรส
ทำให้พระองค์สำนึกขึ้นได้ แต่ก็สายไปเสียแล้ว!
พระองค์ทรงได้แต่กันแสงอย่างเศร้าโศกแสนสาหัส...
และนับตั้งแต่นั้นมา...
พระองค์ไม่เคยทรงบรรทมสนิทได้เลยแม้สักราตรีเดียว
...
อนันตริยกรรม อันหนักนั้น เกิดขึ้นเพราะหลงคบคนพาล !
เป็นปฐมเหตุโดยแท้

ในสังคมโลกยุค Social Network ปัจจุบัน
รูปแบบของคนพาล หรือ ความพาล มีหลากหลาย
แบบ...คน สื่อมวลชน ข้อมูล ทั้งที่แบบซีเรียส และเพื่อความบันเทิง ต่างๆ มากมาย ... ฯลฯ

หลักสำคัญในการวินิจฉัยว่าสิ่งใดเป็น “พาล” / “ชั่ว” คือ ...
สิ่งนั้น ชักนำเรา ไปสู่การ ... คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว ...
บ่มเพาะนิสัยชั่วเหล่านั้น ให้หรือไม่อย่างไร มีผล ในปัจจุบัน และอนาคตอย่างไร
เมื่อรู้ว่า ... สิ่งนั้น คนนั้น มีเชื้อชั่ว หรือ เป็นพาหนะนำเชื้อชั่ว มาสู่ใจเรา !
ต้องตัดขาดจาก สิ่งนั้น คนนั้น
ก่อนที่เชื้อจะระบาด และทำลายชีวิต!

ปราชญ์โบราณกล่าวว่า ...

ในแสนโกฏิจักรวาล แม้ไร้ซึ่งคนดี
ก็อย่าคบคนพาลเลย!  จงอยู่ให้ห่างเหมือนไกลจากอสรพิษร้าย
เพราะคนพาลย่อมนำแต่วิบัติมาให้
อกุศลทั้งมวลเกิดขึ้นได้เพราะอาสัยคนพาล
การคบคนพาลจึงมีแต่นำทุกข์มาให้โดยส่วนเดียว”

หากเรากล้าเลิกสมาคมกับ คนชั่ว และ ความชั่ว ได้
เมื่อนั้นชีวิตเราจะมีพื้นที่สะอาดๆ เพื่อรองรับ คนดี และ สิ่งดี
เข้ามาเป็นเพื่อน เป็นสิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นพลังชีวิตที่ดี
และนำพาชีวิตเราก้าวไปสู่ทิศทางที่ถูกที่ควร และ เจริญก้าวหน้า
ประสบความสุข ความสำเร็จ ตั้งแต่เบื้องต้น ท่ามกลาง
กระทั้งพ้นจากวงจรแห่งทุกข์ ในที่สุด

-------------


อนึ่ง! ...
ในหลักการ เหตุผล เดียวกัน

! ชีวิตบ้านเมือง ประเทศชาติ  ก็เหมือนชีวิตคน ! 
หากบ้านเมืองใดคนพาลได้อำนาจ เป็นใหญ่เหนือคนหมู่มาก
คนพาลเหล่านั้น  ก็มีแต่จะนำความวิบัติมาสู่บ้านเมือง
คนพาลจะใช้อำนาจในทางที่ไม่ชอบธรรม ไม่เป็นคุณประโยชน์ต่อส่วนรวม
ขัดขวางคนดี ส่งเสริมพวกพ้องคนพาลด้วยกันให้มีกำลังมากขึ้น
และนำความทุกข์ความลำบากมาสู่ประชาชนในบ้านเมือง
คนพาล มีแต่จะทำให้บ้านเมืองตกต่ำ และเสื่อมจากศีลธรรม
เพราะคนพาล ไม่สนใจความถูกต้อง ไม่คำนึกถึงความเป็นธรรม
หากบ้านเมืองใดปล่อย ชะตาอนาคตประเทศให้ตกอยู่ในมือคนพาล
โดยปราศจากความร่วมมือที่จะช่วยกันแก้ไขสถานการณ์จากบัณฑิตนักปราชญ์ซะแล้ว!
ชีวิตบ้านเมือง ก็นับได้ว่าตกอยู่ในอันตรายเป็นที่สุด



ชาวศิวิไลซ์

5 สิงหาคม พ.ศ. 2560



วันอังคารที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

อาหารชูกำลังบาป !



ทุกวันนี้, ที่ต้องกินสัตว์อื่น หมู  ไก่ วัว กุ้ง หอย ปู ปลา ...
สาระพัดที่จัดมีในท้องตลาด
ก็ว่าเป็นการพรากชีวิตผู้อื่นซึ่งเป็นบาปแก่ผู้ฆ่ามากโข อยู่แล้ว

แต่ก็ยังมีคนบางพวก  อุตสาห์เพิ่มความแรงของบาป
ด้วยการพยายามกินสัตว์อื่น  ด้วยวิธีการโหดร้ายเกินวิสัยปกติไปได้อีก !
ด้วยความเชื่อว่า อาหารนั้นๆ มีสรรพคุณบำรุงกำลังร่างกาย ต่างๆ นานา
ซึ่งความเชื่อเหล่านั้น...
ไม่มีผลรับรองในทางการแพทย์ หรือการพิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์
ว่ามีสรรพคุณอะไรพิเศษไปกว่าอาหารปกติทั่วไปเลย

หูฉลาม ... !


ล่าฉลาม ลากขึ้นมาตัดครีบ แล้วโยนตัวปลาที่ไร้ครีบลงไปในทะเล ...
แล้วอะไรต่อ... เลือดจากฉลามที่ถูกตัด ก็ไปเรียกเพื่อนฉลามตัวอื่น
ให้ว่ายเข้ามาสู่ความตายต่อไป ...
บนความตายอันทารุณของฉลามนับหลายสิบล้านตัวต่อปี
คุณค่า ซุปหูฉลาม  1  ถ้วย มีค่าเท่ากับ ไข่เป็ด 1  ฟอง !

 








อุ้งตีนหมี ...!
อาหารที่ต้องใช้ความพยายามในการฆ่า! อย่างทารุณโหดร้าย !
เพราะหมีไม่ได้ฆ่าง่ายๆ ยกตัวอย่างวิธีการฆ่าโชว์นักท่องเที่ยวก่อนทำเป็นอาหาร
หมีจะถูกจับใส่ถุง แล้วโยนลงไปในน้ำ กว่าจะตายก็ดิ้นรนทรมานเป็นพักใหญ่
จากนั้นจึงกรีดเอาเลือด และเอาอวัยวะอย่างอื่นไปทำอาหาร
และเป็นความเชื่อล้วนๆ เรื่องสรรพคุณว่าจะทำให้ร่างกายแข็งแรง เหมือนหมี



แต่ความจริงคือ! สารอาหารจาก อุ้งตีนหมี  ก็เป็นประเภทโปรตีนธรรมดา
เหมือนกับสารอาหารจากอุ้งตีนหมู !!! 


รังนก ...!
ฟังดูน่ารัก, แต่ความโหดร้ายไม่แพ้  2  รายการแรก
รังนกนางแอ่น  85 – 97 % เป็นน้ำลายนกนางแอ่น
3 – 15 % เป็นขนอ่อน ...
ซึ่งนกนางแอ่นจะสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่วางไข่ และเป็นที่อยู่ของลูกนก
แต่ยังไม่ทันที่จะได้ไข่  รังก็ถูกเก็บโดยคนใจร้าย !
นกนางแอ่นก็ต้องสร้างใหม่  แต่ก็ถูกขโมยรังไปอีก !
ว่ากันว่า...รังนก ที่มีสีแดงปน ถือเป็นสุดยอดของรังนก !
และแน่นอนราคาแพงลิ่ว!
แต่นั้น คือ รังนกที่สร้างขึ้นจากการถากคายน้ำลายที่แทบไม่เหลือแล้ว
และสิ่งที่ปนออกมาคือเลือด เพื่อที่พ่อแม่นกจะสร้างรังไว้รองรับลูกน้อย !
สำหรับความเชื่อที่ว่ารังนก มีสารอาหารพิเศษ มีคุณค่าต่อร่างกายนั้น
เป็นคุณสมบัติที่อาหาร  5  หมู่ สามัญธรรมดา ก็มีเช่นกัน !!!



... นี้,ยกตัวอย่างมา, ถ้าจะว่ากันทุกรายการ เกรงจะเศร้าสะเทือนใจหนักไปครับ ! 

ความพยายามในการฆ่า ในการทำลายมีมาก กำลังบาปก็แรงมาก !
บริโภคเพื่อชูกำลังร่างกาย  หรือ บริโภคเพื่อชูกำลังบาป !

สุขภาพคนเราจะดีได้  มีวิธีปฏิบัติง่ายๆ ไม่ต้องไปล้างผลาญชีวิตผู้อื่นปานนั้น !

ในเชิงกายภาพ ...
-          รับประทานอาหารปกติสามัญที่มีตามท้องตลาดให้ครบ 5 หมู่
หรือ ทุกวันนี้ก็มีอาหารเสิรมที่มีคุณภาพสูงซึ่งหาซื้อได้ทั่วไป
-          ออกกำลังกาย  พักผ่อนให้เพียงพอ  No Alcohol !
ฯลฯ

ในทางพุทธศาสตร์ คือ ศาสตร์ของผู้รู้ ท่านว่า ...   
-          ทำบุญให้ชีวิตสัตว์เป็นทาน เมื่อให้ชีวิต เราก็จะได้ชีวิต
(คืออายุยืน โรคภัยที่จะเบียดเบียนตัดรอนชีวิตก็ไม่มี) 
-          ถวายภัตตาหาร ... อานิสงส์แห่งบุญที่ทำ ...
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงแสดงไว้ชัด...คือ  ย่อมได้ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ
--------------------------

 ดังเช่น ในสมัยพุทธกาล 

สามเณรติสสะ ได้รับพยากรณ์จากพระสารีบุตรเถระ ว่า...
จะมีชีวิตอยู่อีก 7  วัน, แต่สามเณรก็ไม่ได้หวาดหวั่น
ได้กราบขออนุญาตพระสารีบุตรเพื่อกลับบ้านไปโปรดบิดามารดา
ในระหว่างทาง ได้พบเห็นปลาน้อยใหญ่ในสระที่น้ำกำลังแห้งเขิน
และปลาเหล่านั้นกำลังจะตาย,  สามเณรจึงได้ช่วยชีวิตปลาเหล่านั้น
และระหว่างทางต่อมาก็ได้ช่วยปล่อยอีเก้งที่ติดบ่วงของนายพราน
ด้วยผลบุญที่สามเณรได้ช่วยชีวิตสัตว์ดังกล่าวให้พ้นจากความตาย
ด้วยจิตเมตตา ... ทำให้สามเณรหมดกรรมที่จะต้องหมดอายุขัย
แต่กลับมีอายุยืนยาวต่อไป  และยังมีผิวพรรณผ่องใสยิ่งขึ้นอีกด้วย


อีกประการหนึ่ง, 

การกินเนื้อสัตว์นั้นเป็นประเด็นที่ถ้าจะถกเถียงกันแล้ว  ไม่มีวันจบ
ว่า กิน หรือ ไม่กิน ! ดี หรือ ไม่ดี ! … 
( คือ ถ้าคนเรากินแค่ผักอย่างเดียว!แล้วแข็งแรงเหมือนเจ้าทุย ก็คงพอสู้นะฮะ! 
แต่มันไม่ใช่น่ะสิครับ ! ) ... 

ในกรณีนี้ ... พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงให้สติให้หลักไว้ อย่างนี้ครับว่า ...

เมื่อคนเรายังต้องกินเพื่อยังอัตตภาพให้อยู่ได้
และถ้าอาหารนั้นเป็นชีวิตของสัตว์อื่น
ให้ระลึกว่า ... เสมือนเราเป็นบิดา มารดา ที่ต้องกินเนื้อและเลือดของลูกตนเอง
เพื่อให้มีกำลังเดินทางข้ามหนทางอันกันดาร ไปให้ได้
(ศึกษาความรู้ได้ที่ : พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกายนิทานวรรค)

อธิบายภาษาเราๆว่า ...
การกิน การบริโภคของคนเรา โดยเฉพาะ เนื้อ และ เลือด ของสัตว์อื่น ...
เราต้องเอากำลังเรี่ยวแรงที่ได้จากชีวิตผู้อื่น  มาทำความดี เอามาสร้างคุณค่า ทำคุณประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อตนเอง และผู้อื่น ด้วยทางกาย  ทางวาจา ทางใจ เพื่อให้เกิดเป็นกำลังบุญ กำลังบารมี
ที่จะเป็นกำลังในการเดินทางข้ามห้วงวัฏฏของความทุกข์
ไปสู่จุดหมายปลายทาง คือ พระนิพพาน

ไม่ใช่กินชีวิตผู้อื่น เพียงเพื่อเอาอร่อย สนุกสนาน มัวเมาในรสอาหารไปวันๆแล้วยังเอากำลังแรงที่ได้ ไปทำในสิ่งที่ไร้สาระ ไม่เกิดคุณค่าหรือประโยชน์ใดๆหรือ แย่กว่านั้นคือ เอากำลังที่ได้ไปทำชั่ว
ด้วยความคิดชั่ว คำพูดชั่ว และกระทำชั่ว ... แบบนี้ขาดทุนมหาศาล
-----------------------

โดยสรุปนะครับ  ถ้าหากอยากสุขภาพดี อายุยืน แข็งแรง สดใส  
ก็ให้หมั่นบำเพ็ญทาน  รักษาศีล  เจริญภาวนา
เพราะกุศลทั้ง 3  ประการนั้น  มีผลต่อ ความสุข ความเจริญ
ในชีวิตของเราอย่างครบถ้วนในทุกด้าน
ทั้งในเชิงกายภาพ และทางด้านจิตใจ ทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต



ขอสรรพสัตว์ทั้งหลายจงเป็นผู้ไม่มีเวร และ ไม่มีภัยครับ
ชาวศิวิไลซ์
25  กรกฎาคม พ.ศ. 2560
-----------------------------





วันอังคารที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ถอนรากความจน แก้ทุกข์ ข้ามชาติ!


ใครอยากเลิกจน! ฟังทางนี้!
( ส่วนใครอยากจะจนต่อ, ก็ไม่ว่ากัน เอาที่สบายใจ,
แต่อยากให้คิดดีๆ ก่อนจะตัดสินใจ! นะครับ, เพราะชีวิตมันไม่ได้มีชาติเดียว! )

สำหรับคนที่จุกกับความจน, และอยากจะจบกับชีวิตเจ็บๆจนๆ!
มาศึกษากันครับว่า...
สมัยพุทธกาล คนมีปัญญา แก้ไขปัญหาความยากจน กันยังไง


กรณีศึกษา : มหาทุคตะ ในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า กัสสปะ





            สมัยนั้นมี มหาทุคตะ แปลว่า ชายผู้แสนยากจน หรือ  มหาจน!
วันหนึ่งมหาทุคตะผู้นี้ ได้รับการชักชวนจากบัณฑิตผู้หนึ่ง 
ให้ถวายทานแด่พระภิกษุสงฆ์สักรูปในสำนักของพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า 
เพื่อจะได้เป็นบุญกุศลเกื้อกูลให้มหาทุคตะพ้นจากความลำบากยากจน ในภายภาคหน้า
            มหาทุคตะ เมื่อทราบว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น 
และตนจะได้โอกาสถวายทานแด่พระสงฆ์แม้ 1  รูป  ก็สุดแสนยินดี  
จึงตั้งใจรับจ้างทำงาน แล้วนำเงินไปซื้อปลาตะเพียน มาทำข้าวคลุกปลาตะเพียน เพื่อถวายทาน
            เมื่อถึงวัน มหาทุคต ก็เดินทางไปรับพระภิกษุที่นิมนต์ไว้  
แต่ปรากฎว่า บัณฑิตที่มาชักชวนไม่ได้จดบันทึกเพราะเห็นว่านิมนต์ไว้รูปเดียว 
พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดเลยถูกคนอื่นนิมนต์ไปหมด  
แต่บัฒฑิตกล่าวว่า เหลือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านไปนิมนต์เองเถิด 
แต่ ณ ที่นั้น ท่ามกลาง พระราชา เศรษฐี ที่ต่างมารอนิมนต์พระพุทธเจ้า ...  
มหาทุคตะรู้สึกสิ้นหวังและเสียใจมาก
            กล่าวถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  พระองค์ทรงรู้ว่าจะสงเคราะห์ใคร เมื่อเสด็จออกมา  
พระพุทธองค์ทรงประทานบาตรให้แก่มหาทุคตะ ...
            ที่บ้านมหาทุคตะ ด้วยกำลังแห่งศรัทธาที่มหาทุคตะและครอบครัว 
มีจิตเลื่อมใสจะถวายทานอย่างยิ่ง ... ส่งผลถึง พระอินทร์ผู้ปกครองภพดาวดึงส์ 
ก็ต้องการมีส่วนในอานิสงส์มหาทานของ มหาทุคตะ ... 
พระอินทร์ ถึงกับแปลงกายลงมาช่วยภรรยามหาทุคตะปรุงข้าวคลุกปลากตะเพียน 
นั้นให้มีรสอร่อยระดับอาหารทิพย์ ...
            เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จมาถึง มหาทุคตะ ภรรยา และครอบครัว 
ก็ได้ถวายทานด้วยอาหารรสเลิศ  ด้วยใจที่ปลื้มปีติ
            พระพุทธองค์ เมื่อฉันเสร็จ ทรงแสดงธรรม อานิสงส์ของการถวายทาน 
ด้วยจิตที่เลื่อมใส ใน 3 กาล คือ ก่อนถวายทาน ขณะถวายทาน และหลังถวายทาน แล้วเสด็จกลับ
            มหาทุคตะ เมื่อส่งเสด็จพระพุทธองค์ถึงพระคันธกุฏีแล้ว  ก็กลับบ้าน ... 
ณ บัดนั้นเอง  รัตนชาติมหาศาลกองเป็นภูเขาท่วมบ้านของมหาทุคตะ 
ชนิดที่ว่า ภรรยาและลูกต้องออกมายืนดูอยู่ข้างนอก !
            ข่าวทราบถึงชาวเมือง และพระราชา,  พระราชาถามคนในเมืองว่า ...
มีใครที่มีทรัพย์มากกว่ามหาทุคตะคนนี้ไหม  เมื่อไม่มี,  
พระราชาก็ทรงแต่งมหาทุคตะให้เป็นมหาเศรษฐีประจำเมือง 
            แม้เมื่อได้สมบัติมหาศาล ได้เป็นมหาเศรษฐีแล้ว  
อดีตมหาทุคตะ ก็ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต  เขาตระหนักอย่างลึกซึ้งว่า  
ที่เขาชนะความยากจนมาได้ มีสมบัติใช้  ก็เพราะด้วยอำนาจของมหาทาน ที่เขาทำด้วยจิตที่เลื่อมใส ... 
ตั้งแต่นั้นมา  เขาก็หมั่นสั่งสมบุญ ด้วยการบำเพ็ญทานในบุญเขต และสงเคราะห์ผู้ที่ยากจน 
ตั้งใจรักษาศีล และเจริญภาวนา
            เขาตั้งใจประพฤติธรรมสม่ำเสมอ กระทั้งวาระสุดท้ายของชีวิต 

            ในชาติสุดท้าย ได้มาเกิดในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คือ
พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า  ในตระกูลมหาเศรษฐีที่อุปัฏฐากพระสารีบุตร  
ชื่อ “บัณฑิต”  ได้ออกบวชตั้งแต่เยาว์วัย และได้บรรลุธรรม เป็นพระอรหันต์ ตั้งแต่ยังเป็นสามเณร

( อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ปัณฑิตวรรคที่ ๖)

................

เห็นไหมครับว่า ... การให้ทาน ที่ถูกเนื้อนาบุญ  
เบื้องต้นนั้น คือ มีอานุภาพในการถอนรากขุดโคนความยากจน ชนิดสิ้นซากไม่เหลือเชื้อ!  
เบื้องกลางคือ เมื่อไม่ประมาท หมั่นประพฤติธรรม ชีวิตในท่ามกลางวัฏฏะ 
ก็เวียนว่ายอยู่แต่ใน สุคติภพ คือ เกิดใน มนุษย์โลก กับ เทวโลก ...
Program ทัวร์นรก ! ถูกรื้อออกจากผังชีวิตชนิด Uninstall Complete! … ตลอดไป !   
เป็นไงฮะ Set  Program ดีๆขึ้นได้ ... ชิวไป 3 โลก !
และเบื้องสูง คือ ในที่สุด ... หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง!  
เข้าสู่พระนิพพาน อันเป็นสุขอย่างยิ่ง นิรันดร !


คราวนี้, 
สำหรับคนที่ แบบว่า ... ก็เขาได้ถวายทานกับพระพุทธเจ้า !!!
ก็ไม่ยากครับท่าน ! …
ท่านก็แค่ลงทุน ตั้งเข็มทิศว่า ตายแล้ว เกิดอีกชาติใหม่
ต้องเกิดในยุค และ ในแผ่นดินเดียวกับ พระพุทธเจ้าให้ได้ !
ปักหมุดเกิดข้างวัดพระพุทธเจ้าพระองค์ใดในอนาคตไปเลย ! 
ก็แค่นั้นเองครับ !

แต่ถามว่าชาตินี้มาไม่ทัน ช้าไป 2500 กว่าปี! แล้วมันเลวร้าย เสียหายมากไหม, 
ไม่นะครับ! ยังทัน! และมีเวลาเหลือเฟือด้วย สำหรับคนที่ยังไม่ตาย!  
... พระพุทธเจ้า ท่านไม่อยู่ให้เราเห็น
แต่ พระพุทธศาสนา ของพระองค์ ยังอยู่  
พระธรรม คำสอนของพระองค์ยังอยู่
พระภิกษุสาวก ของพระองค์ยังอยู่ 
พระพุทธรูป สถูปเจดีย์ ศาสนาสถาน ...
ที่เมื่อเราแสดงความเคารพกราบไหว้ ถวายทาน ด้วยจิตเลื่อมใส 
แล้วเกิดอานิสงส์แก่เรา ยังมีอยู่


สิ่งสำคัญ,  ก็มาดูตัวเราครับว่า ...
เราได้ปล่อยให้โอกาสในชีวิตล่วงหายไป
ด้วยการเอาแต่จับผิด ครหา นินทา เข้าใจผิดพระ(หรือแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ) 
ดราม่า เห็นพวกสื่อมวลชนเขาว่า ก็เชื่อ ก็ว่าตามเขา ? ... 
อยู่ดีๆ ก็พลอยตกกระไดล้มละลายทางจิตวิญญาณ
ตกนรกหมกชีวิตอยู่กับทุกข์ทรมานไปอีกกี่กัปป์...ก็ไม่รู้ ฯลฯ
( เนี้ยะ เขาเรียก ซวยInnocent !) 

หรือ เราพิจารณาชีวิตตัวเองดีกว่าไหมครับว่า... 
เราพึ่งควรมีส่วนใน"พุทธภูมิ" ซึ่งเป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ...อย่างไรดี! 
.......
ช่วยรักษา ทำนุบำรุง สืบสานอายุ พระพุทธศาสนา ของพระพุทธองค์
อานิสงส์ก็จะเป็นของเรา ที่จะเกื้อกูลให้ชีวิตเราพ้นจากความจน ความเจ็บ ความทุกข์
ของชีวิตในวัฏฏะ  ดีไหม! ... 

เกิดมาชาติหนึ่งได้ทำบุญกับพระพุทธเจ้า  
#มันดีข้ามชาติ ไม่ใช่ #ดีต่อใจ แค่ชาติเดียว! 



ใคร Share! ขอให้เลิกเจ็บเลิกจน! ^^ 
ชาวศิวิไลซ์
18  กรกฎาคม พ.ศ.2560