แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระพุทธศาสนาสอนอะไร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระพุทธศาสนาสอนอะไร แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560

“กฐินสัมฤทธิ์” กฐินเด็ก ตัวเล็ก แต่หัวใจยิ่งใหญ่



เพื่อให้เด็กดี V-Star และนักเรียนทุกๆ คนในสถานศึกษา
ได้ฝึกการเป็นผู้ให้ รู้จักการทำทาน และการทำหน้าที่กัลยาณมิตร คือ...
เพื่อนผู้ชี้คุณประโยชน์ให้แก่ผู้คนในสังคม

เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้จักการทำงานเป็นทีม การวางแผนงาน
และฝึกความเป็นผู้นำทั้งด้านความคิดริเริ่ม การพูด และการลงมือปฏิบัติ
เพื่อเป็นเยาวชนต้นแบบด้านศีลธรรมอย่างแท้จริง

เพื่อส่งเสริมสายสัมพันธ์อันดีงามให้ความเข้มแข็ง ระหว่าง บ้าน วัด และโรงเรียน
อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

เพื่อให้เยาวชนทุกคนเกิดความภาคภูมิใจและมีความมั่นคงในการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมชาวพุทธที่ดีงามให้วัฒนาสืบไป



ประเทศไทยเราเป็นเมืองพุทธที่ได้รับยกย่องจากชาวพุทธทั่วโลกให้เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา
แต่ทว่าตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมากลับเกิดปรากฏการณ์ “กฐินตกค้าง”
ซึ่งส่งผลกระทบในทางลบต่อวัดและพระพุทธศาสนา
ซึ่งปรากฏการณ์นี้อาจเกิดจากการที่ชาวพุทธเริ่มเข้าวัดน้อยลงไปเรื่อย ๆ
จึงทำให้วัดที่เคยรุ่งเรืองเมื่อครั้งอดีต ต้องกลับกลายเป็นวัดร้าง
หรือเป็นวัดที่มีกฐินตกค้างอยู่เป็นจำนวนมากในปัจจุบันนี้

จากเหตุผลดังกล่าว หลวงพ่อธัมมชโย จึงมีดำริ...
ที่จะแปรเปลี่ยนกฐินตกค้างให้กลายมาเป็น “กฐินสัมฤทธิ์” ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑
ซึ่งกฐินสัมฤทธิ์ หมายถึง กฐินที่นำความสำเร็จมาสู่ผู้ให้และผู้รับ

กล่าวคือท่านเจ้าภาพย่อมได้รับบุญใหญ่จากการถวายผ้ากฐิน ซึ่งเป็นมหากาลทานแห่งปี
ส่วนผู้รับคือพระสงฆ์ ก็จะได้รับความสะดวกในการบำเพ็ญสมณธรรม ตามสมควรแก่เพศภาวะตน
เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำนุบำรุง รักษาวัดร้าง ให้กลับคืนมาเป็นวัดรุ่งอีกครั้ง

การทอดกฐินสัมฤทธิ์เด็กดี V-Star  
เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้หลักการ เหตุผล วิธีการ ที่ถูกต้อง
ในการช่วยกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
และเป็นต้นบุญต้นแบบในการทำความดีให้แก่สังคมส่วนรวม
ด้วยการทำหน้าที่เป็นตัวแทนของชุมชน ไปทอดกฐินสัมฤทธิ์ให้แก่วัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ
เพื่อไม่ให้มีกฐินตกค้างอีกต่อไป
ซึ่งภาพการทำหน้าที่เหล่านี้จะนำความปลื้มปีติ และชื่นชม แก่ผู้ที่ได้พบเห็น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม้ผู้ใหญ่เอง  เมื่อได้เห็นภาพเด็กๆร่วมแรงร่วมใจกันทำความดี 
ทำนุบำรุงวัด รักษาพระพุทธศาสนา ก็จะเกิดแรงบันดาลใจว่า...

เมื่อเด็กๆ ตัวเล็กๆ ยังสามารถเป็นกำลังในการดูแลรักษาวัด และบำรุงพระพุทธศาสนาได้ทำไมผู้ใหญ่อย่างเรา  จะทำไม่ได้ ? ...

กฐินสัมฤทธิ์ ... กลายเป็นประเพณีแห่งมหากาลทาน ที่เด็กๆ ได้ร่วมแรงร่วมใจทำตลอดมา
กระทั้งถึงปัจจุบัน ... และจะเป็นประเพณีอันดีงามที่จะเกิดการสืบสานจากรุ่นพี่ สู่รุ่นน้อง
ให้เด็กๆให้ได้เรียนรู้ ฝึกฝน และหล่อหลอมตนเอง ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เก่ง และดี มีคุณธรรม
เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของบ้านเมืองในที่สุด






ขอบคุณข้อมูล  www.vstarproject.com 



            

วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560

หลักสำคัญในการปกครอง มีไว้เพื่ออะไร ?





ก่อนที่จะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาตรัสรู้  
วัตถุประสงค์การปกครองสังคมมนุษย์นั้น
เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยธรรม มีการติเตียน ตักเตือน 
ลงโทษคนที่ประพฤติอกุศลกรรม ที่เป็นเหตุทำให้คนร่วมสังคมเดือดร้อน  
เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

เมื่อครั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บังเกิดขึ้น
พระองค์ทรงตรัสสอนว่าชีวิตที่เกิดมาเป็นมนุษย์นี้  มีเป้าหมาย 3  ระดับ
1.       เป้าหมายระดับต้น สร้างฐานะเพื่อเลี้ยงชีพตนในปัจจุบัน บนพื้นฐานของศีลธรรม
2.       เป้าหมายระดับกลาง สั่งสมบุญกุศล เพื่อว่าชีวิตหลังความตาย จะได้ไปสู่สุคติภพ
3.       เป้าหมายระดับสูงสุด เพื่อกำจัดกิเลส แล้วเข้าสู่นิพพาน สิ้นสุดวัฏฏแห่งทุกข์ในที่สุด

เมื่อเป้าหมายมนุษย์มี  3  ระดับ ชัดเจนดังนี้
ดังนั้น  เป้าหมายสำคัญของการปกครองสังคมมนุษย์
ก็เพื่อสร้างสภาพเอื้อให้มนุษย์ในสังคมสามารถฝึกฝนประพฤติปฏิบัติตนให้บรรลุเป้าหมายทั้ง  3   ระดับได้โดยสะดวก

หลักสำคัญของรัฐศาสตร์จึงเป็น หลักธรรมาธิปไตย
ธรรม หมายถึง ถูกต้อง ดีงาม  ซึ่งมีทั้งที่เป็นหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และหลักธรรมที่มีมาแต่ก่อนการตรัสรู้ของพระพุทธองค์

หลักธรรมาธิปไตย ไม่ใช่ ระบอบการปกครอง แบบ ระบอบประชาธิปไตย
หรือ ระบอบสังคมนิยม  ฯลฯ นะครับ  
ในโลกใบนี้ประเทศไหนจะปกครองด้วยระบอบอะไรก็ได้ทั้งนั้น
แต่หลักสำคัญ คือ ทุกระบอบการปกครอง  จะเป็นระบอบนั้นๆจะดีได้ 
ก็เมื่อได้นำ ธรรมาธิปไตย เข้าไปเป็นแกนหลักให้กับระบอบนั้นๆ
เพราะ ธรรมาธิปไตย เป็นเรื่องของหลักการที่ถือเอาความถูกต้องชอบธรรมเป็นใหญ่
ซึ่งจะทำให้ผู้ปกครองและผู้ใต้ปกครอง ดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่เบียดเบียนกัน
และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข


วันนี้...ขีดเส้นใต้หัวใจของการปกครองไว้เพียงเท่านี้ครับ


ชาวศิวิไลซ์
3 สิงหาคม 2560
--------------------- 

 ขอบคุณข้อมูล : หนังสือ สรรพศาสตร์ในพระไตรปิฎก  โดย พระมหาสมคิด ชยาภิรโต


วันอังคารที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ถอนรากความจน แก้ทุกข์ ข้ามชาติ!


ใครอยากเลิกจน! ฟังทางนี้!
( ส่วนใครอยากจะจนต่อ, ก็ไม่ว่ากัน เอาที่สบายใจ,
แต่อยากให้คิดดีๆ ก่อนจะตัดสินใจ! นะครับ, เพราะชีวิตมันไม่ได้มีชาติเดียว! )

สำหรับคนที่จุกกับความจน, และอยากจะจบกับชีวิตเจ็บๆจนๆ!
มาศึกษากันครับว่า...
สมัยพุทธกาล คนมีปัญญา แก้ไขปัญหาความยากจน กันยังไง


กรณีศึกษา : มหาทุคตะ ในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า กัสสปะ





            สมัยนั้นมี มหาทุคตะ แปลว่า ชายผู้แสนยากจน หรือ  มหาจน!
วันหนึ่งมหาทุคตะผู้นี้ ได้รับการชักชวนจากบัณฑิตผู้หนึ่ง 
ให้ถวายทานแด่พระภิกษุสงฆ์สักรูปในสำนักของพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า 
เพื่อจะได้เป็นบุญกุศลเกื้อกูลให้มหาทุคตะพ้นจากความลำบากยากจน ในภายภาคหน้า
            มหาทุคตะ เมื่อทราบว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น 
และตนจะได้โอกาสถวายทานแด่พระสงฆ์แม้ 1  รูป  ก็สุดแสนยินดี  
จึงตั้งใจรับจ้างทำงาน แล้วนำเงินไปซื้อปลาตะเพียน มาทำข้าวคลุกปลาตะเพียน เพื่อถวายทาน
            เมื่อถึงวัน มหาทุคต ก็เดินทางไปรับพระภิกษุที่นิมนต์ไว้  
แต่ปรากฎว่า บัณฑิตที่มาชักชวนไม่ได้จดบันทึกเพราะเห็นว่านิมนต์ไว้รูปเดียว 
พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดเลยถูกคนอื่นนิมนต์ไปหมด  
แต่บัฒฑิตกล่าวว่า เหลือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านไปนิมนต์เองเถิด 
แต่ ณ ที่นั้น ท่ามกลาง พระราชา เศรษฐี ที่ต่างมารอนิมนต์พระพุทธเจ้า ...  
มหาทุคตะรู้สึกสิ้นหวังและเสียใจมาก
            กล่าวถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  พระองค์ทรงรู้ว่าจะสงเคราะห์ใคร เมื่อเสด็จออกมา  
พระพุทธองค์ทรงประทานบาตรให้แก่มหาทุคตะ ...
            ที่บ้านมหาทุคตะ ด้วยกำลังแห่งศรัทธาที่มหาทุคตะและครอบครัว 
มีจิตเลื่อมใสจะถวายทานอย่างยิ่ง ... ส่งผลถึง พระอินทร์ผู้ปกครองภพดาวดึงส์ 
ก็ต้องการมีส่วนในอานิสงส์มหาทานของ มหาทุคตะ ... 
พระอินทร์ ถึงกับแปลงกายลงมาช่วยภรรยามหาทุคตะปรุงข้าวคลุกปลากตะเพียน 
นั้นให้มีรสอร่อยระดับอาหารทิพย์ ...
            เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จมาถึง มหาทุคตะ ภรรยา และครอบครัว 
ก็ได้ถวายทานด้วยอาหารรสเลิศ  ด้วยใจที่ปลื้มปีติ
            พระพุทธองค์ เมื่อฉันเสร็จ ทรงแสดงธรรม อานิสงส์ของการถวายทาน 
ด้วยจิตที่เลื่อมใส ใน 3 กาล คือ ก่อนถวายทาน ขณะถวายทาน และหลังถวายทาน แล้วเสด็จกลับ
            มหาทุคตะ เมื่อส่งเสด็จพระพุทธองค์ถึงพระคันธกุฏีแล้ว  ก็กลับบ้าน ... 
ณ บัดนั้นเอง  รัตนชาติมหาศาลกองเป็นภูเขาท่วมบ้านของมหาทุคตะ 
ชนิดที่ว่า ภรรยาและลูกต้องออกมายืนดูอยู่ข้างนอก !
            ข่าวทราบถึงชาวเมือง และพระราชา,  พระราชาถามคนในเมืองว่า ...
มีใครที่มีทรัพย์มากกว่ามหาทุคตะคนนี้ไหม  เมื่อไม่มี,  
พระราชาก็ทรงแต่งมหาทุคตะให้เป็นมหาเศรษฐีประจำเมือง 
            แม้เมื่อได้สมบัติมหาศาล ได้เป็นมหาเศรษฐีแล้ว  
อดีตมหาทุคตะ ก็ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต  เขาตระหนักอย่างลึกซึ้งว่า  
ที่เขาชนะความยากจนมาได้ มีสมบัติใช้  ก็เพราะด้วยอำนาจของมหาทาน ที่เขาทำด้วยจิตที่เลื่อมใส ... 
ตั้งแต่นั้นมา  เขาก็หมั่นสั่งสมบุญ ด้วยการบำเพ็ญทานในบุญเขต และสงเคราะห์ผู้ที่ยากจน 
ตั้งใจรักษาศีล และเจริญภาวนา
            เขาตั้งใจประพฤติธรรมสม่ำเสมอ กระทั้งวาระสุดท้ายของชีวิต 

            ในชาติสุดท้าย ได้มาเกิดในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คือ
พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า  ในตระกูลมหาเศรษฐีที่อุปัฏฐากพระสารีบุตร  
ชื่อ “บัณฑิต”  ได้ออกบวชตั้งแต่เยาว์วัย และได้บรรลุธรรม เป็นพระอรหันต์ ตั้งแต่ยังเป็นสามเณร

( อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ปัณฑิตวรรคที่ ๖)

................

เห็นไหมครับว่า ... การให้ทาน ที่ถูกเนื้อนาบุญ  
เบื้องต้นนั้น คือ มีอานุภาพในการถอนรากขุดโคนความยากจน ชนิดสิ้นซากไม่เหลือเชื้อ!  
เบื้องกลางคือ เมื่อไม่ประมาท หมั่นประพฤติธรรม ชีวิตในท่ามกลางวัฏฏะ 
ก็เวียนว่ายอยู่แต่ใน สุคติภพ คือ เกิดใน มนุษย์โลก กับ เทวโลก ...
Program ทัวร์นรก ! ถูกรื้อออกจากผังชีวิตชนิด Uninstall Complete! … ตลอดไป !   
เป็นไงฮะ Set  Program ดีๆขึ้นได้ ... ชิวไป 3 โลก !
และเบื้องสูง คือ ในที่สุด ... หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง!  
เข้าสู่พระนิพพาน อันเป็นสุขอย่างยิ่ง นิรันดร !


คราวนี้, 
สำหรับคนที่ แบบว่า ... ก็เขาได้ถวายทานกับพระพุทธเจ้า !!!
ก็ไม่ยากครับท่าน ! …
ท่านก็แค่ลงทุน ตั้งเข็มทิศว่า ตายแล้ว เกิดอีกชาติใหม่
ต้องเกิดในยุค และ ในแผ่นดินเดียวกับ พระพุทธเจ้าให้ได้ !
ปักหมุดเกิดข้างวัดพระพุทธเจ้าพระองค์ใดในอนาคตไปเลย ! 
ก็แค่นั้นเองครับ !

แต่ถามว่าชาตินี้มาไม่ทัน ช้าไป 2500 กว่าปี! แล้วมันเลวร้าย เสียหายมากไหม, 
ไม่นะครับ! ยังทัน! และมีเวลาเหลือเฟือด้วย สำหรับคนที่ยังไม่ตาย!  
... พระพุทธเจ้า ท่านไม่อยู่ให้เราเห็น
แต่ พระพุทธศาสนา ของพระองค์ ยังอยู่  
พระธรรม คำสอนของพระองค์ยังอยู่
พระภิกษุสาวก ของพระองค์ยังอยู่ 
พระพุทธรูป สถูปเจดีย์ ศาสนาสถาน ...
ที่เมื่อเราแสดงความเคารพกราบไหว้ ถวายทาน ด้วยจิตเลื่อมใส 
แล้วเกิดอานิสงส์แก่เรา ยังมีอยู่


สิ่งสำคัญ,  ก็มาดูตัวเราครับว่า ...
เราได้ปล่อยให้โอกาสในชีวิตล่วงหายไป
ด้วยการเอาแต่จับผิด ครหา นินทา เข้าใจผิดพระ(หรือแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ) 
ดราม่า เห็นพวกสื่อมวลชนเขาว่า ก็เชื่อ ก็ว่าตามเขา ? ... 
อยู่ดีๆ ก็พลอยตกกระไดล้มละลายทางจิตวิญญาณ
ตกนรกหมกชีวิตอยู่กับทุกข์ทรมานไปอีกกี่กัปป์...ก็ไม่รู้ ฯลฯ
( เนี้ยะ เขาเรียก ซวยInnocent !) 

หรือ เราพิจารณาชีวิตตัวเองดีกว่าไหมครับว่า... 
เราพึ่งควรมีส่วนใน"พุทธภูมิ" ซึ่งเป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ...อย่างไรดี! 
.......
ช่วยรักษา ทำนุบำรุง สืบสานอายุ พระพุทธศาสนา ของพระพุทธองค์
อานิสงส์ก็จะเป็นของเรา ที่จะเกื้อกูลให้ชีวิตเราพ้นจากความจน ความเจ็บ ความทุกข์
ของชีวิตในวัฏฏะ  ดีไหม! ... 

เกิดมาชาติหนึ่งได้ทำบุญกับพระพุทธเจ้า  
#มันดีข้ามชาติ ไม่ใช่ #ดีต่อใจ แค่ชาติเดียว! 



ใคร Share! ขอให้เลิกเจ็บเลิกจน! ^^ 
ชาวศิวิไลซ์
18  กรกฎาคม พ.ศ.2560



        


วันอังคารที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ทำสิ่งใด ก็เพราะเห็นประโยชน์ ในสิ่งนั้น



เพราะเป็นประโยชน์ของการบริโภคอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย 
เราจึงเลือกอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัยต่อสุขภาพ
แต่หลายคนก็ไม่แคร์ และอะไร ยังไง ก็ได้ อิ่มอร่อย ก็
OK!
สุดท้ายก็อ่อนแอเจ็บป่วยง่าย

เพราะเห็นประโยชน์ของการออกกำลังกาย  เราจึงออกกำลังกาย
แต่ก็มีหลายคนที่ขี้เกียจออกกำลังกาย

เพราะเห็นประโยชน์ของความรู้  เราจึงมุ่งมั่นร่ำเรียนตั้งแต่เด็กถึงโต
และ แม้ทุกวันเวลาในชีวิตเราต่างก็ขวนขวายหาความรู้เพื่อพัฒนาตัวเองเสมอ

แต่ก็มีหลายคนที่แม้ได้โอกาส แต่ก็ไม่เอาใจใส่

เพราะเห็นประโยชน์ของการให้ 
สาธุชนจึงบริจาคทาน
เพราะเห็นประโยชน์ของการสวดมนต์ เจริญภาวนา
สาธุชนจึงสวดมนต์ จึงเจริญภาวนา
เพราะเห็นประโยชน์ของการเป็นกัลยาณมิตร
สาธุชนทั้งหลายจึงชักชวนมิตรสหายมา...คิดดี พูดดี ทำดี
เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ทั้งส่วนตน  และส่วนรวม

ท่านทั้งหลาย,
ทำไมเราไม่ตรองถึงคุณประโยชน์ในคำสอนของพระพุทธองค์ให้ท่องแท้
แล้วทำประโยชน์นั้นให้เกิดขึ้น เพื่อเกื้อกูลตนเอง และส่วนรวม
ด้วยการให้ทาน  ด้วยการเคารพในศีล ด้วยการรักษาใจให้สงบเป็นสันติ



ด้วยรัก,
ชาวศิวิไลซ์
30  พฤษภาคม 2560


วันพุธที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

รวยแน่! แต่จะเป็นโรคเลือด! และอายุสั้น!


ครั้งหนึ่ง, ผมได้ฟังมาว่า ...
มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ( ไม่แจ้งนามและโคตร )
ปุจฉา กับ นักปราชญ์รัตตัญญู ว่า ... 

รายได้ของเขานั้นส่วนหนึ่งมาจาก  เงินเดือนตามระเบียบราชการ
แต่ส่วนใหญ่ มาจาก เส้นทางลับลวงพราง  ซึ่งเขาก็รู้ว่า...นี้คือ ความไม่สุจริต
แต่ด้วยจิตสำนึกด้านดี,
ข้าราชการผู้นั้น ก็ได้แบ่งเงินจำนวนหนึ่ง ไปบริจาคในการกุศล ต่างๆ

ปุจฉา
:  เขาจะได้รับผลจากการนำเงินที่ได้มาโดยไม่สุจริต ไปบริจาคเพื่อการกุศล
นั้นอย่างไร ?

นักปราชญ์ผู้รัตตัญญู
วิสัจฉนา
:
คุณจะได้รับผล 3 ประการ อย่างแน่นอน ดังนี้
            1. ในกาลภายหน้า คุณจะร่ำรวย มีทรัพย์มาก
            2. คุณจะเจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับเลือด
            3. คุณจะอายุสั้น 

------------------------------




 เพื่อนผมเคยกล่าวไว้ว่า ...
Life was made by Choices
ต้องการให้ชีวิตเราเป็นอย่างไร  เราเป็นคนเลือกเอง
!
ไม่ใช่ดวงดาว, หรือใครทั้งสิ้น!

ซึ่งมันก็มีอยู่แค่ 2 ทางให้เราเลือกง่ายๆ
คือ... ดี กับ ชั่ว, ถูก กับ  ผิด, ควร กับ ไม่ควร ...

เอาความกล้าหาญออกมาใช้!,
ขอให้รอดพ้นจากขนมผสมยาพิษของซาตาน,นะครับ




ชนะ หรือ แพ้ เป็นปลายทางที่เลือกได้
3 พ.ค. 2560
ชาวศิวิไลซ์

วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

รู้ครึ่ง หรือ รู้เท่า ก็เสียทั้งหมด!



เรื่องราวของ Money Game มีมาเป็นระยะนะครับ
ชีวิต, มีค่าใช้จ่าย ก็เข้าใจลึกซึ้งครับ
แต่ “ชีวิต” ก็มี “คุณค่า” มากกว่าที่จะเอาไปแลก
กับสิ่งที่ให้เพียง “มูลค่า” ที่ทำลาย "คุณค่า" ของตัวเองในที่สุด

ข้อที่ว่า 
Money Game จะกระทบในเชิงเศรษฐกิจ โดยรวม โดยย่อย อย่างไร ?
ส่วนใหญ่ก็น่าจะพอมองกันออก
ในทัศนะของผม, ผมว่า มันก็ไม่ต่างจาก บ่อนการพนัน รูปแบบหนึ่ง
!
นึกภาพ คาสิโน ก็ได้ครับ ... คนถือเงินเข้าไป แลกตัวกลาง(ชิป) เอาไปเล่นพนัน
แต่
Money Game ดูมีระบบคลับคล้ายคลับคลาว่ามีสินค้า มีแผนการตลาด ดูดีเผินๆ
แต่ถ้าดูกันจริงๆ แล้ว จะเห็นว่าเป็นเพียงราคาโม้ล้วนๆ
ไม่มีเศรษฐกิจประเทศไหน หรือสังคมไหน ดีได้เพราะการพนัน หรือ
Money Game
หรือ การสร้างรายได้จากระบบการเงินลับลวงพราง ดังกล่าว

ความเสียหายทางเศรษฐกิจ, นับว่าเยอะไม่น้อย
แต่เมื่อเทียบกับความเสียหาย ที่เกิดขึ้นในทางจิตใจแล้ว
ผมจะนับว่านี้ ความเสียหายของแท้
! ที่คงจะเสียกันข้ามชาติ! เลยทีเดียว
ที่ไม่ว่า แมงเม่าตัวไหนบินเข้าไปในกระแส ไม่ว่าจะ ไม่รู้  รู้ครึ่ง หรือ รู้เท่า
ก็เสียหมด
! … คือ  นิสัยเสีย มาเต็ม!

ความอยาก ! เมื่อมีมาก จนกระทั้งนำพาตัวเองให้ไปทำในสิ่งที่ “ไม่สุจริต” ได้ !
ถือว่าเข้าขั้น  “โลภ”  
เมื่อ “โลภ” เข้ายึดพื้นที่ในใจได้ ...
สติ ปัญญา ความถูกต้องในการวินิจฉัย ก็เพี้ยนหมด
นิสัยเสีย...จะเกิดขึ้นมาเอง โดยไม่ต้องมีใครไปสอนและไม่ต้องเสียเวลาฝึกฝน
- หาเหตุผล (ดราม่า) เข้าข้างตัวเอง ( เหตุผลว่า ทำไม ฉันจำเป็นต้องหาเงินด้วยวิธีนี้
!)
   เมื่อ เหตุผล เป็นเพียงข้ออ้าง ก็ไม่ต่างอะไร จากการ “โกหก”
!  โกหกทั้งตัวเอง โกหกคนอื่น
-
นิสัยเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ !  ไม่สนใจผลเสียหายที่จะเกิดขึ้น
ต่อทั้งส่วนตัว และ สังคมส่วนรวม ...
- เมื่อเห็นแก่ตัวแล้ว ... นิสัยดีอย่างอื่น ก็ค่อยๆ เสื่อมไป
!
เหมือนกลืนหายโดยไฟ คือ ความโลภ!


ดังกล่าวนั้น ผมยกมากล่าวเป็นเบื้องต้น ...
พอให้เห็นภาพ  ที่เหลือต่อจากนั้น ผมเชื่อว่าทุกคนมีปัญญาสามารถไตร่ตรองเองได้

ฉะนั้น,
คำถามง่ายๆ ก็ คือ แล้ว...คนโกหก และ คนเห็นแก่ตัว ...
จะมีพลังศักดิ์ศรี อันใดในการที่จะมาสร้างสิ่งที่ดี ให้แก่ตัวเอง และสังคมส่วนรวม ได้ครับ ?
อย่าบอกนะครับว่า การกระทำลับลวงพรางนั้น เพื่อนำมาสร้างชีวิตที่ดี
!

ขอยกอุปมาดังนี้ครับ ...
นายสมชาย, มี
น้ำดื่มอยู่ 1 ถัง ขนาด 5000 ลิตร
แต่ในถังนั้น มีซากหมาเน่า แมลงสาบตาย ตุ๊กแกอืด เห้...ยเสียชีวิต
กฎเหล็ก คือ นายสมชายต้องดื่มน้ำจากถังนั้น
! เท่านั้น! ทั้งหมด!

นางสาวสมใจ
, มีน้ำดื่ม 1 ลิตร เป็นน้ำสะอาด
กฎเดียวกันกับนายสมชาย,

สมใจ,สบายใจกว่าไหมครับ ?
ถามว่า สมใจ จะสามารถเพิ่มน้ำดื่มที่สะอาด ให้มีปริมาณที่มากขึ้นได้ไหม ?
ได้แน่นอน, ก็ในเมื่อ 1 ลิตร มาได้แล้ว ที่เหลืออีก 4999 ทำไมจะมาไม่ได้!? 

ไม่งง, กับการอุปมาของผมนะครับ
ผมกำลังจะบอกสิ่งง่ายๆ กับคุณ คือ ใครทำสิ่งใด ก็ต้องรับสิ่งนั้น
!

ระวังจะกลายเป็นแต่เพียง  กาฝาก ที่
เอาเปรียบพลังชีวิตดีๆ
ของทั้งตัวเอง และ สังคมส่วนรวม

หลักการ เหตุผล และ วิธีการ ที่ถูกต้อง ในการหาทรัพย์นั้นมีอยู่
เอาความฉลาดและความกล้าหาญออกมาใช้ในทางที่ถูกต้องดีกว่าครับ

มัน Proud
กว่าเยอะ ... หลับสบายใจ

ขนมหวานของซาตาน!, … ที่ถืออยู่ในมือขวางทิ้งไปเถอะครับ
ไม่ว่าจะอะไรหรือเท่าไหร่
 ; มันไม่มีทางคุ้ม

และแม้สิ่งที่คุณเรียกว่า “ได้”  ในที่สุดมันคือการ “สูญเสีย” ต่างหาก




“ทำดี”  ไม่มีคำว่าสาย
2 พฤษภาคม 2560
ชาวศิวิไลซ์

วันเสาร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2560

เมื่อไม่รู้จะทำอะไร... ; เริ่มต้นง่ายๆ



ในยามที่มีเคราะห์,หรือเกิดเหตุเภทภัยใดๆ
ไม่ว่าจะอะไร อย่างไร ส่วนตัว ส่วนรวม ส่วนน้อย ส่วนใหญ่ ... ฯลฯ  
โบราณท่านหันหน้าหา “บุญกุศล” เป็นที่พึ่ง,
...ทาน ศีล ภาวนา สวดมนต์ ไหว้พระ ตักบาตร ถวายสังฆทาน ... ว่าไป
เพื่อผูกใจไว้กับสิ่ง...ที่สูง ที่ถูก ที่ดี ที่งาม   

เพื่อให้กำลังของกุศลช่วยผ่อนคลายเรื่องร้ายๆ
จากหนักให้เป็นเบา ที่เบาให้หาย ที่ร้ายให้กลายเป็นดี
หรือหากถึงต้องตาย  ก็วางใจได้ว่ามีสุคติเป็นที่ไป
!  

วิถีชาวพุทธของปู่ย่าตายายเรา  เอากุศลเป็นตัวตั้ง มาตลอด
แต่หลังๆ ด้วยภาระกิจการงาน และสิ่งรื่นรมย์ต่างๆ ดึงใจรุ่นลูกหลานออกห่าง
วิถีแห่งพุทธปัญญา ก็เริ่มถูกลืมเลือนไป

เราลองกลับมาสู่ “วิถีภูมิปัญญาในกาลก่อน” (แต่ไม่เก่า) กันดีไหมครับ ?
รับประกันว่า...
ไม่กระทบกับความเป็น
Modern ของเราครับ
ตรงกันข้าม,
ผมว่า...มันจะผสานกันลงตัว แบบหยินหยาง
ช่วยเติมเต็ม Life Style ของเราให้สมบูรณ์ดีขึ้นไปอีกต่างหากนะครับ

ง่ายๆ ครับ,
ลองเลือกดูนะครับระหว่าง... ตักบาตร  ถวายสังฆทาน สวดมนต์ที่บ้าน ... ฯลฯ
เริ่มกับสักอย่างที่เข้ากับจังหวะชีวิตเรา  
เช่น ...
หลายท่านออกจากบ้านในเวลาเดียวกับที่พระท่านก็ออกมาบิณฑบาตร...แล้วก็ป่ะกันพอดี
สละเวลาสัก
5 นาที ถวายทาน, เพื่อเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกุศล  ดีไหมครับ ?
หรือพาครอบครัวไปไหว้พระ ถวายสังฆทาน ฟังธรรม ที่วัดวันหยุดสุดสัปดาห์
หรือคุณพ่อจะพาลูกๆ สวดมนต์ที่บ้าน ทุกคืนก่อนนอน ...

ผมคิดว่า... ถ้าหากเราเอาใจใส่กับ ชีวิตจิตใจ ของเรา และของคนที่เรารักจริงๆ
แล้วเริ่มลงมือดูแลด้วยการทำสิ่งดีๆ แบบนี้
พลังงานดีๆ ก็จะเกิดขึ้นในใจเรา ในใจของคนในบ้าน
บรรยากาศเพลียๆเก่าๆยากๆยุ่งๆ ในบ้านก็จะถูกปรับเปลี่ยนถ่ายเทไปสู่...
บรรยากาศที่ใหม่ สดใส มีความหวัง มีพลัง สว่างไสว
เพราะพลังงานดีๆ ที่เกิดจากความดีของเรา และคนในบ้าน ...

ลองลุยทำสิ่งดีๆ แบบจริงจัง ให้สม่ำเสมอดูนะครับ,
ถ้าเราทำได้,
เราจะได้ทึ้งกับสิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้นกับชีวิต 
ที่เป็นผลมาจากความดีที่เราตั้งใจทำ



แล้วกลับมาคุยเรื่องดีๆง่ายๆกันต่อครับ^^ 
ชาวศิวิไลซ์ 






วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ความจริงของโลก และชีวิต



พระธรรมเทศนา โดย พระราชภาวนาจารย์ ( หลวงพ่อทัตตะชีโว)
รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย 

Short Note ; ^^ 
ต้องเข้าใจเรื่องโลก และการศึกษาที่เกี่ยวข้อง (ความจริงของโลกและชีวิต)

จักรวาล นั้นเป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งเปรียบเหมือนคุกกว้างๆ
ที่ขังนักโทษรอวันประหารแบบหลวมๆ เพื่อให้ไม่รู้ตัวว่าถูกขัง
เหมือนการเลี้ยงไก่หรือวัวควายในที่กว้างเพื่อรอวันประหาร
และเวียนตายเวียนเกิดในจักรวาลไม่รู้จบ

มีกฎเหล็กที่เป็นตัวกำหนดโทษ หรือทุกข์สำหรับผู้กระทำผิด
ดังนั้นการศึกษาธรรมะเกี่ยวข้องกับการมองย้อนเข้ามาในตัว
เช่น พระที่มุ่งเน้นการฝึกตัวเอง เพื่อรู้เท่าทันกฎแห่งกรรม และลดเหตุแห่งการเกิดทุกข์

สาเหตุที่ทำให้เราติดคุก ที่เป็นเครื่องมือบังคับสัตว์โลกให้ละเมิด กฏแห่งกรรม
คือ
1. กิเลส
2. กฎไตรลักษณ์ (ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่จะเหมือนกัน ยกเว้นกฎไตรลักษณ์)
- อนิจจัง ทุกสิ่งมีการเปลี่ยนแปลง ไม่เที่ยงไม่ถาวร
- ทุกข์ขัง การทุกข์ทนจากการแปรเปลี่ยนสภาพ
- อนัตตา ความไม่มีตัวตนถาวร (Out of Control) ยกเว้นความดีที่จะติดตนไปตลอด
3. กามคุณ 5 (รูป / รส / กลิ่น / เสียง / สัมผัส) ที่ได้มาก็เป็นทุกข์ ที่ไม่ได้รับมาก็เป็นทุกข์
4. ทุกข์ภายในกาย
5. ทุกข์ภายนอกกาย


การศึกษา คือ การค้นหาความจริง เรื่องการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของมนุษย์
ที่ไม่สามารถหลีกพ้นได้ เพื่อให้เกิดแนวทางการศึกษาเพื่อพ้นเหตุแห่งทุกข์

โดยการใช้สมาธิทำให้ใจหยุดนิ่งเพื่อหาเหตุและผลในการแก้ไขปัญหา
จนเกิดวิธีการเพื่อพ้นเหตุแห่งทุกข์ คือ อริยสัจ
4 (ทุกข์ / สมุทัย / นิโรธ / มรรค)


กระบวนการถอนกิเลสให้ไม่เหลือ คือ มรรคมีองค์ 8
1.  สัมมาทิฏฐิ : เห็นถูก  ความเข้าใจถูกต้อง
2. สัมมาสังกัปปะ : คิดถูก  
3. สัมมาวาจา : พูดถูก  
4. สัมมากัมมันตะ : ทำถูก  
5. สัมมาอาชีวะ : เลี้ยงชีพถูก  
6. สัมมาวายามะ : พยายามถูก  
7. สัมมาสติ : ระวังถูก  
8. สัมมาสมาธิ : ทุ่มเททำถูก การตั้งใจมั่นถูกต้อง





เอาชนะวัฏฏไปด้วยกันครับ
4 ตุลาคม 2559
สายลมแห่งความหวังดี 
------------------------------


คำสอนคุณครูไม่ใหญ่(หลวงพ่อธัมมชโย)เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย